ทะเยอทะยานเป็นนักแปลความต้องทำยังไง
Wednesday, February 22nd, 2012กระหายเป็นนักแปลต้องทำกระไร
คุณลักษณะที่นักแปลความควรมี
มีพิทยความตระหนักในภาษาอย่างน้อยสองภารดี
หนึ่งคือภาษาที่โลภแปลความหมาย และสองคือนิรุกติที่เราใช้ทุกเมื่อเชื่อวัน เช่น งกแปลความภาษาอังกฤษเป็นไทย ก็ต้องรู้ภารดีไทยและถ้อยคำอังกฤษ และต้องรู้อย่างลุ่มลึก เที่ยงธรรม เพื่อคงความสำคัญและสิ่งที่ผู้เขียนหนังสือมุ่งหมายสื่อนั้นออกมาเฉกแบบ
รู้จักมักจี่ศัพท์ต่างๆ
ศัพท์คำหนึ่งมีนัยได้อย่างนาเนกขึ้นอยู่กับบริบทของเนื้อหา อารมณ์ของผู้พูด หรือความเป็นทางการของเหตุการณ์ในการพูด ผู้ที่ต้องการตีความหรือใคร่เป็นนักแปลควรมีพิทยในด้านคำยาก ไม่ขาดไม่ได้ต้องรู้ศัพท์เท่าที่มี แต่น่ารู้คำและคำจำกัดความหลักๆ ของคำพวกนั้น และการรู้คำยากส่วนแบ่งมากจะ ทำให้เขม็ดแขม่ระยะเวลาในการหาคำยากที่เราทึ่มอีกด้วย
เรียนหาโพธ
ภาษาอังกฤษก็เทียบเท่าภาษาไทยและภารดีอื่นๆ ทั่วโลกที่มีการผัน และมีการเพิ่มให้ศัพท์สดๆ ร้อนๆ ขึ้นมาประจำวัน เป็นพิเศษคำยากวัยรุ่นซึ่งสามารถเป็นที่การกำหนดได้ อย่างปรู๊ดปร๊าด ถ้าหากเราไม่เรียนหาพิทยาภาษาอังกฤษ ศัพท์ใหม่ๆ หรือประโยคสดๆ เรื่อยๆ เราก็จะไม่สมรรถแปลความออกมาได้อย่างชำนาญ
ใช้ภารดีอย่างเที่ยงธรรม ประจักษ์แจ้งง่าย
การตีความคือการแปลหมายจากนิรุกติหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่ง โดยเหตุนั้นใจความหลักของมันคือการออกอากาศให้เข้าใจ และคงไม่มีใครอยากจะอ่านประโยคยาวๆ ทั้งที่เชี่ยวชาญย่อเป็นประโยคสั้นๆ แต่มีเค้าความด้วยได้ เหตุฉะนี้นอกจากความสวยงามเข้าใจแจ่มแจ้งง่ายในการแปลแล้วผู้ถอดความหมายจำต้องแปลความให้บทความออกมาสั้นที่สุดแต่ ยังคงหมายความเริ่มแรกที่เรารับแปลภาษาอังกฤษ
ความเที่ยงธรรมของคำพูดที่ใช้
ผู้แปลควรจะทำการพินิจว่าคำศัพท์คำนี้ควรจะจะมีคำจำกัดความ อย่างไรเมื่อผู้พูดมีความรู้สึกโทสะหรือจิตใจดี เพราะคำๆ หนึ่งอาจสื่อนัยตรงกันข้ามได้เมื่อมี เวทนาไม่เหมือนกัน และควรใช้ถ้อยคำให้เข้ารูปกับผู้แสดง เป็นพิเศษคำสรรพนามในภาษาอังกฤษนั้นมีปรากฏแค่ไม่กี่เหล่า แต่ในภาษาเรามีการใช้คำสรรพนามที่ต่างๆ นาๆ ก็ควรที่จะเลือกใช้ให้เผง
More Info :